โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (Lumbar stenosis)
โพสต์เมื่อ : 27 เม.ย 2566 เวลา 7:10 น.
โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ(Lumbar stenosis)หรือหลายๆคนรู้จักในชื่อโรคกระดูกทับเส้นประสาท
เป็นโรคที่พบได้บ่อย เป็นภาวะปวดหลัง ร่วมกับอาการปวดขาเวลาเดินนานๆ ส่งผลให้กิจวัตรประจำวันในการเดินลดลง เป็นอีกหนึ่งโรคที่การรักษาทางกายภาพบำบัดเข้าไปช่วยลดอาการปวด ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้มากขึ้น หากตรวจและรักษาได้ทันท่วงที
อาการของโรคโพรงกระดูกหลังหลังตีบแคบ
- ปวดหลังเป็นๆหายๆ และมีอาการปวดร้าวลงมาที่ก้นและขาร่วมด้วยมีอาการปวดขา หรือมีอาการชา หรือรู้สึกอ่อนแรง และมีความรู้สึกหนักๆที่ขาอาการปวด ชา หรือรู้สึกขาอ่อนแรง
- อาการปวดมักแย่ลงเมื่อยืนหรือเดินนาน
- อาการดีขึ้นเมื่อนอนหงาย นอนตะแคง นั่ง หรือนั่งยอง
- สามารถเดินได้นานขึ้นเมื่องอตัวมาทางด้านหน้า เรียกท่านี้ว่า Grocery cart sign หรือ shopping cart sign
สาเหตุของโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ
- ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดของโพรงกระดูกสันหลัง
- การเสื่อมตามอายุเป็นสาเหตุที่พบมากที่สุด
- ความเสื่อมก่อนวัยจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น เดินเยอะ ยกของเยอะ
- กรรมพันธุ์
- อุบัติเหตุรุนแรง
- เนื้องอกหรือมะเร็งที่โตขึ้นจนไปกดเบียดช่องไขสันหลัง
แนวทางในการรักษา
แนวทางในการรักษาแนวทางในการรักษาเพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบาย และความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาแทรกซ้อน การรักษาแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด ได้แก่ การออกกำลังกาย การรักษาด้วยยา การใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงหลัง และการรักษาด้วยวิธีการทางกายภาพบำบัด
2. การรักษาด้วยการผ่าตัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีการกดทับรากประสาท มีการอ่อนแรงของขาอย่างชัดเจน หรือไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระได้ และการรักษาแบบไม่ผ่าตัดไม่ด้ผล
การรักษาโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบด้วยวิธีกายภาพบำบัด
- การใช้เครื่องมือเพื่อลดปวดและการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อหลัง เช่น hot pack ultrasound electrical stimulation TENS interferential current
- การใช้เครื่องดึงหลัง Lumbar traction เพื่อลดการกดทับของรากประสาท
- ออกกำลังกายเพื่อคงไว้ซึ่งความยืดหยุ่นของหลัง ลดการยึดติดแข็งของหลัง ลดการกดของหลังส่วนล่าง
- ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้อง (Core stabilization)
- แนะนำการปรับเปลี่ยนท่าทางในชีวิตประจำวัน