• banner
โค้งคอปกติ(1)

ภาวะกระดูกคอตรง หรือที่เรียกว่า "Straight Neck" หรือ "Loss of Cervical Lordosis"

บ่อยครั้งที่ผู้ที่มีปัญหาปวดคอเรื้อรัง ได้รับการตรวจวินิจฉัยโดย X-ray หรือMRI อาจจะได้รับผลการตรวจวินิจฉัยว่ามีภาวะ Loss of cervical  lordosisหรือภาวะกระดูกคอตรง  หลายๆคนอาจจะมีความสงสัยว่าภาวะกระดูกคอตรง ส่งผลต่ออาการปวดอย่างไร

นิยามของอาการ ภาวะกระดูกคอตรง หรือที่เรียกว่า "Straight Neck" หรือ "Loss of Cervical Lordosis"

เป็นภาวะที่กระดูกสันหลังส่วนคอ (cervical spine) สูญเสียความโค้งงอธรรมชาติที่เป็นลักษณะปกติของกระดูกคอ ทำให้กระดูกคอตรงมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ เช่น ปวดคอ ไหล่ และหลังส่วนบน รวมถึงความไม่สบายตัวในบริเวณศีรษะและคอ


สาเหตุของภาวะกระดูกคอตรง

1. ท่าทางที่ไม่เหมาะสม
การก้มศีรษะบ่อยๆ ขณะใช้โทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน อาจทำให้กล้ามเนื้อคอและหลังตึงเครียด ทำให้กระดูกคอค่อยๆ ตรงมากขึ้น
2. การบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ
อุบัติเหตุที่เกิดกับกระดูกสันหลังส่วนคอ เช่น 
อุบัติเหตุรถยนต์ การล้มแรงๆ หรือการกระแทกที่คอ อาจทำให้กระดูกคอเสียสมดุลและตรงขึ้นได้
3. การนอนที่ไม่ถูกสุขลักษณะ
การใช้หมอนที่ไม่เหมาะสมกับสรีระ หรือการนอนในท่าที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น การนอนคว่ำหรือการใช้หมอนสูง อาจทำให้กระดูกคอเกิดแรงกดทับและตรงขึ้นได้
4. ความเครียดและความตึงของกล้ามเนื้อ
ความเครียดสะสมอาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอและไหล่ตึง ซึ่งอาจส่งผลให้กระดูกคอเสียโค้งงอตามธรรมชาติ

ท่าทางที่ทำให้โค้งคอลดลง

ท่าทางที่ไม่เหมาะสมหรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เป็นสาเหตุให้โค้งกระดูกคอลดลง 
ได้แก่:

1. ก้มมองโทรศัพท์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานาน
การก้มศีรษะมองโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตเป็นเวลานานๆ จะทำให้กระดูกสันหลังส่วนคอรับแรงกดเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้โค้งกระดูกคอผิดรูปหรือลดลง

2. นั่งหลังค่อม
การนั่งหลังค่อมทั้งขณะทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือขณะนั่งเล่นมือถือ อาจทำให้กระดูกคอและกระดูกสันหลังส่วนบนเสียสมดุล และนำไปสู่การลดลงของโค้งคอ

3. นอนหมอนสูงเกินไป
การใช้หมอนที่สูงเกินไปหรือนอนในท่าที่คอไม่ได้รับการรองรับอย่างเหมาะสม สามารถทำให้เกิดความเครียดบริเวณคอและส่งผลต่อการจัดเรียงตัวของกระดูกคอ

4. การสะพายกระเป๋าหนักข้างเดียว
การสะพายกระเป๋าหนักข้างใดข้างหนึ่งเป็นเวลานานจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณไหล่และคอรับน้ำหนักไม่เท่ากัน ซึ่งอาจทำให้กระดูกคอเสียสมดุลและโค้งลดลง

5. การนั่งในท่าเดิมนานๆ โดยไม่เปลี่ยนท่าทาง
การนั่งทำงานนานๆ โดยไม่ยืดเส้นยืดสาย จะทำให้กล้ามเนื้อคอและหลังตึงเครียดมากขึ้น และมีผลต่อการจัดเรียงตัวของกระดูกคอ

6. การขับรถนานๆ โดยท่าทางไม่เหมาะสม
การขับรถโดยไม่ปรับที่นั่งให้พอดีหรือนั่งเอนเกินไปอาจทำให้คอและหลังส่วนบนรับน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้อคอและกระดูกคอเสียสมดุล

เพื่อป้องกันไม่ให้โค้งกระดูกคอลดลง ควรปรับท่าทางให้เหมาะสม พยายามนั่งหรือยืนให้หลังตรง ศีรษะอยู่ในแนวเดียวกับไหล่ และยืดเส้นยืดสายระหว่างวัน รวมทั้งเลือกใช้หมอนและเก้าอี้ที่ช่วยพยุงสรีระได้ดี

อาการของภาวะกระดูกคอตรง (Straight Neck)

การสูญเสียโค้งธรรมชาติของกระดูกคอ อาจทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างเนื่องจากกระดูกสันหลังส่วนคอไม่สามารถกระจายแรงได้ตามปกติ ซึ่งอาการหลักๆ ของภาวะนี้มีดังนี้:

1. ปวดคอ
อาจรู้สึกปวดหรือเมื่อยล้าที่บริเวณคอ โดยเฉพาะเมื่อใช้คอหรือศีรษะนานๆ เช่น การก้มดูโทรศัพท์ หรือทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน

2. ปวดไหล่และหลังส่วนบน
ความผิดปกติของกระดูกคออาจทำให้กล้ามเนื้อไหล่และหลังส่วนบนรับแรงกดมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการปวดหรือเกร็งในบริเวณนั้น

3. ปวดศีรษะเรื้อรัง
เนื่องจากกล้ามเนื้อคอเชื่อมต่อกับศีรษะ การเกร็งหรือตึงของกล้ามเนื้อคอจากภาวะกระดูกคอตรงอาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ โดยเฉพาะบริเวณขมับหรือท้ายทอย

4. ปวดร้าวลงแขนและมือ
เมื่อกระดูกคอตรงมากกว่าปกติ อาจเกิดการกดทับเส้นประสาทบริเวณคอ ซึ่งส่งผลให้มีอาการปวดร้าวไปถึงแขนและมือ อาจมีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วย

5. อาการเวียนศีรษะ
การกดทับของกระดูกคอหรือเส้นประสาทที่ถูกบีบรัดอาจส่งผลให้เกิดอาการเวียนศีรษะหรือรู้สึกเสียสมดุลในบางครั้ง

6. ขยับคอได้ไม่เต็มที่
เมื่อกระดูกคอเสียโค้งงอธรรมชาติ อาจรู้สึกว่าการขยับคอในบางทิศทางมีข้อจำกัด ขยับแล้วรู้สึกตึงหรือปวด

7. รู้สึกไม่สบายตัวขณะนอน
ภาวะกระดูกคอตรงอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวเมื่อเอนหรือนอน เนื่องจากกระดูกคอไม่ได้อยู่ในแนวโค้งที่ช่วยพยุงศีรษะและกระจายแรง

หากมีอาการเหล่านี้บ่อยครั้งหรือมีความรุนแรงควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อรับการประเมินและรักษา เช่น การทำกายภาพบำบัดเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อบริเวณคอและไหล่ การปรับท่าทางการนั่งและการนอน หรือการออกกำลังกายเฉพาะเพื่อช่วยคืนสมดุลให้กระดูกสันหลัง

วิธีการรักษาภาวะกระดูกคอตรง

1. การทำกายภาพบำบัด
นักกายภาพบำบัดจะช่วยแนะนำการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอและหลังส่วนบนเพื่อช่วยประคองกระดูกสันหลังให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

2. การปรับท่าทาง
การนั่งหรือยืนให้หลังตรง ศีรษะอยู่ในแนวเดียวกับไหล่ และหลีกเลี่ยงการก้มศีรษะบ่อยเกินไป

3. การใช้หมอนที่เหมาะสม
เลือกหมอนที่พยุงคอได้ดี เช่น หมอนที่มีความสูงและความนุ่มเหมาะสมกับสรีระของเรา โดยเฉพาะหมอนที่รองรับกระดูกสันหลังส่วนคอได้พอดี

4. การออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อคอและหลังส่วนบน
การทำท่ายืดกล้ามเนื้อที่เหมาะสม เช่น ท่ายืดกล้ามเนื้อคอแบบโยคะหรือพิลาทิส สามารถช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อบริเวณคอและไหล่ได้

5. การรักษาด้วยยา
หากมีอาการปวดมาก แพทย์อาจให้ยาแก้ปวดหรือยาลดการอักเสบ เพื่อบรรเทาอาการในช่วงแรก

6. การฉีดสารบรรเทาการอักเสบ (ในกรณีที่จำเป็น)
หากอาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาการฉีดสเตียรอยด์หรือยาชาบริเวณที่เกิดการอักเสบ เพื่อลดอาการบวมและอาการปวด

ภาวะกระดูกคอตรงควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันอาการปวดเรื้อรังและปัญหาข้อต่อในอนาคต ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อการรักษาที่เหมาะสม