อัมพาตใบหน้า กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีก (Bell's palsy)
อัมพาตใบหน้า(Bell’s palsy)
โรคซึ่งเกิดจากการบวม อักเสบของเส้นประสาทสมองเส้นที่ 7 (Cranial nerve) ที่ควบคุมการทำงานของใบหน้าโรคนี้เกิดขึ้นกับใครก็ได้ พบได้บ่อยในคนทุกวัยทุกเพศ ทุกอาชีพและทุกเชื้อชาติ โอกาสในการเกิดโรคนี้สูงถึง 1 ใน 500 คนพบได้ทุกเพศทุกวัย มักเกิดในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนน้อย แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด
คนที่มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคนี้
• หญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะระยะสามเดือนสุดท้าย หรือหลังคลอดบุตร
• ผู้ที่มีประวัติว่าคนในครอบครัวเป็นโรคนี้
• ผู้ที่มีประวัติว่าคนในครอบครัวเป็นโรคนี้
• ผู้ที่เคยติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจมาก่อน เช่น โรคหวัด หรือ ไข้หวัดใหญ่
• คนที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายอ่อนแอ ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคต่ำลง
• คนที่มีภาวะเครียด
• คนที่เคยได้รับอุบัติเหตุ
อาการ
- ยักคิ้วไม่ขึ้น
- บางคนรู้สึกหน้าบวมหรือชาใบหน้าครึ่งซีกและอาจมีอาการลิ้นครึ่งซีกชารับรสไม่ได้
- หลับตาไม่สนิท เปลือกตาล่างเปิดออก
- ปากเบี้ยว มุมปากตก พูดไม่ชัด
- เมื่อดื่มน้ำจะมีน้ำไหลออกมาจากมุมปาก
- อาจมีอาการปวดหลังหูและได้ยินเสียงดังมาผิดปกติในระยะแรกที่มีอาการ
การดูแลตัวเองเมื่อเป็น Bell’s palsy
• ใช้น้ำตาเทียมเพื่อป้องกันตาแห้ง
• ใช้ยาขี้ผึ้งป้ายตาก่อนนอน หรือใช้ที่ครอบตาป้องกันฝุ่นเข้าตาขณะนอนหลับ
• สวมแว่นเวลาออกนอกบ้านเพื่อกันลมและฝุ่นละออง
• ห้ามขยี้ตาข้างที่ปิดไม่สนิท
การรักษา
- ใช้ยาแก้อักเสบกลุ่มสเตียรอยด์ การให้ยาฆ่าเชื้อไวรัส
- การกายภาพบำบัดด้วยการฝึกหรือกระตุ้นให้กล้ามเนื้อใบหน้าที่อ่อนแรงได้ทำงาน เพื่อรอการฟื้นตัวของเส้นประสาท โดยการกายภาพบำบัดสามารถทำได้ดังนี้
- ประคบอุ่นบริเวณใบหน้าซีกที่มีอาการ เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และลดการตึงตัวของกล้ามเนื้อใบหน้า
- กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าที่มีอาการอ่อนแรงด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อมีการหดคลายตัวเป็นการชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ
- การนวดใบหน้า เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อมีการหดคลายตัวเป็นการชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ
- การบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใบหน้าที่อ่อนแรง
อย่างไรก็ตาม โรคนี้ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงแต่อย่างใด และมักจะรักษาให้หายได้เกือบ 100% ภายในเวลาไม่เกิน 2 เดือน ถ้าหากผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ถูกต้องอย่างรวดเร็วและทันเวลา